สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตยอดกองกลางของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยเป็นครั้งแรกถึงทีมที่เกลียดเข้าไส้ หากเจอกันทีไรอยากจะชนะให้ได้ พร้อมเผยความคิดเห็นส่วนตัวว่า ลิโอเนล เมสซี่ เก่งกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วย สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลางของ ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งเกาะอังกฤษกล่าวว่าตนเกลียดทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน มากพอ ๆ กัน

เจอร์ราร์ด กุนซือเรนเจอส์ วัย 39 ปี ได้เข้าร่วมการตอบคำถามแบบที่ต้องตอบอย่างรวดเร็วในรายการของ อเมซอน โดยที่ ปีเตอร์ เคร้าช์ อดีตเพื่อนร่วมทีม ลิเวอร์พูล ของเขาเป็นคนรับหน้าที่สัมภาษณ์ในรายการนี้ ซึ่งในระหว่างนั้น เคร้าช์ ก็ถามหลายคำถามด้วยกัน

หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจคือคำถามข้อที่สอง เคร้าช์ ถามว่า “อยากเอาชนะใครมากกว่ากัน ระหว่างชนะ เอฟเวอร์ตัน หรือชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ซึ่ง เจอร์ราร์ด ก็ก้มหน้าลงไปแบบคิดหนักกับคำถามนี้ ก่อนจะพูดว่า “มันเหมือนกับถามว่าคนไหนของตระกูล คาร์ดาเชี่ยน ที่…” จนทำเอา เคร้าช์ หัวเราะลั่น

หลังจากนั้น เจอร์ราร์ด ก็กล่าวว่า “มันเลือกยากมากเลยนะ เอ่อ ฉันเลือกไม่ได้น่ะ” ซึ่ง เคร้าช์ ก็บอกว่า “เลือกไม่ได้สินะ อืม เกลียดทั้งสองทีมเลยงั้นสิ ?” พอโดนถามแบบนั้น เจอร์ราร์ด ก็ตอบว่า “เอ่อ ฉันไม่…ที่จริงก็ใช่น่ะนะ ฉันเกลียดพวกเขาทั้งคู่เลย”

ในรายการดังกล่าว เจอร์ราร์ด ยังโดนถามด้วยว่าเขาคิดว่าใครเก่งกว่ากัน ระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ บาร์เซโลน่า กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังของ ยูเวนตุส ซึ่งอดีตกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ก็ตอบอย่างรวดเร็วว่า “เมสซี่” ทำเอา เคร้าช์ หยอกล้อว่า “ตอบเร็วจัง!”

มิโน่ ไรโอล่า นายหน้าค้านักเตะจอมแสบ ออกตัวประกาศชัดเจนว่าจะไม่ขอส่งนักเตะในความดูแลของตนให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกต่อไปแล้ว เพราะกลัวว่าอนาคตอาชีพของนักเตะจะโดนทำลายเพราะที่นั่นไม่มีแผนงานด้านการกีฬาที่ดีพอ

มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ชื่อดัง ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าตนจะไม่ส่งนักเตะในความดูแลให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งอังกฤษ อีกต่อไปแล้ว เพราะสโมสรแห่งนี้มีแต่จะทำลายผู้เล่นฝีเท้าดี ๆ พร้อมยังลั่นจะนำ ปอล ป็อกบา กองกลางชาวฝรั่งเศส ย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้ได้ หลังฉุนที่โดน “ปีศาจแดง” กล่าวหาว่าตนเป็นต้นเหตุให้ดีลระหว่าง เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งชาวนอร์เวย์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล่ม เนื่องจากพ่อของนักเตะและไรโอล่า เรียกร้องส่วนแบ่งให้นักเตะมากเกินไป

นายหน้าค้าแข้งชาวอิตาเลียน ตกเป็นประเด็นให้วิจารณ์อย่างหนักเมื่อเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนทำให้ เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งของเรดบูล ซัลซ์บวร์ก ปฎิเสธย้ายมาเล่นกับ “ปีศาจแดง” และตัดสินใจเซ็นสัญญาซบ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แทน แม้ ไรโอล่า จะออกมายืนยันชัดเจนว่าการตัดสินใจย้ายไปเล่นกับทีมดังในศึกบุนเดสสลีกา เยอรมนี เป็นความต้องการของ ฮาแลนด์ เอง เพราะนักเตะมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมจะย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และต้องการไปบ่มเพาะฝีเท้ากับ ดอร์ทมุนด์ มากกว่า

ล่าสุด ไรโอล่า ยังได้ออกมาประกาศชัดเจนว่าในอนาคตตนจะไม่ส่งนักเตะไปค้าแข้งที่ “โรงละครแห่งความฝัน” อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากที่นั่นมีแต่จะทำลายนักเตะ “ทุกวันนี้ผมไม่นำนักเตะคนไหนไปเล่นที่นั่นอีกต่อไปแล้ว พวกเขาคงทำลายอาชีพของ (ดีเอโก้) มาราโดน่า, เปเล่ และ (เปาโล) มัลดินี่”

นอกจากนี้ ไรโอล่า ออกโรงตำหนิสโมสรที่ทำให้ ดาวเตะแชมป์โลกอย่าง ปอล ป็อกบา มีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจ และทำให้อยากย้ายออกจากสโมสร ระบุว่า “ปัญหาของป็อกบาคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรไม่เคยรับรู้ความเป็นจริง และไม่มีแผนงานด้านการกีฬาด้วยซ้ำ ปอล ต้องการสโมสรและขุมกำลังในทีม เหมือนกับสมัยที่เขาเล่นให้กับ ยูเวนตุส ก่อนหน้านี้” เอเย่นต์ชาวอิตาเลียน กล่าว

เลอ10สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อก้องของฝรั่งเศส รายงานว่า เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ของสเปน ได้เจรจากับทีมงานของ ซาดิโอ มาเน่ ในเบื้องต้น เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะดึงดาวเตะทีมชาติเซเนกัลมาร่วมทัพ โดยว่ากันว่า ซีเนดีน ซีดาน ผู้จัดการทีม “ราชันชุดขาว” ก็ได้พูดคุยกับ มาเน่ แล้วเช่นกัน

เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน ได้ติดต่อพูดคุยในเบื้องต้นกับทีมตัวแทนของ ซาดิโอ มาเน่ ปีกจอมถล่มของ ลิเวอร์พูล เพื่อเจรจาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขอซื้อตัว มาเน่ มาร่วมงานในถิ่น ซานเตียโก เบร์นาเบว ตามรายงานของ เลอ10สปอร์ต สื่อกีฬาของประเทศฝรั่งเศส

สำหรับ ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าทีมชาติเซเนกัล ทำผลงานได้โดดเด่นกับ ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อปี 2016 โดยฤดูกาลก่อนเขายิงประตูไป 26 ประตู จากการลงเล่น 50 นัดในทุกรายการ มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ไปครอง ส่วนฤดูกาลนี้ก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงเช่นเคย หลังยิงไป 14 ประตู จากการลงเล่นในทุกรายการ 27 นัด

อย่างไรก็ตาม เรอัล กำลังตกเป็นข่าวให้ความสนใจ มาเน่ ตลอดช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าปีกวัย 27 ปี จะแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่คิดที่จะย้ายไปไหน แต่ทัพ “ราชันชุดขาว” ก็ยังไม่ถอดใจ โดย เลอ10สปอร์ต ระบุว่านอกจากทีมงานของ เรอัล จะติดต่อไปหาทีมเอเยนต์ส่วนตัวของ มาเน่ แล้วนั้น ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ชาวฝรั่งเศสของ เรอัล ก็ถึงขั้นไปคุยกับดาวเตะเซเนกัลเป็นการส่วนตัวบ้างแล้วด้วย

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ดาวยิงชาวนอร์เวย์ ย้ายจาก ซัลซ์บวร์ก ไปอยู่กับ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ เป็นที่เรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาถึงปี 2024 ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ยูเวนตุส ต้องอกหักไปตามระเบียบ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรชั้นนำแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ประกาศคว้าตัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าชาวนอร์เวย์ ของ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก สโมสรในลีกออสเตรีย มาเสริมทัพอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเปิดเผยเงื่อนไขสัญญาว่าพวกเขาคว้าตัว กองหน้าชาวนอร์เวย์ วัย 19 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของ ฮัล์ฟ อิงเก้ ฮาแลนด์ อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 684 ล้านบาท) ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในค่าฉีกสัญญา พร้อมรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 130,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.94 ล้านบาท) และเซ็นสัญญาถึงปี 2024

ทั้งนี้ ดาวเตะวัย 19 ปี ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่เนื้อหอมที่สุดในช่วงเปิดตลาดรอบ 2 เดือนมกราคมนี้ ได้รับความสนใจจากทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ยูเวนตุส, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แอร์เบ ไลป์ซิก หลังทำไป 28 ประตู จากการลงเล่นให้ ซัลซ์บวร์ก รวมทุกรายการ 22 นัดในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะในถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เจ้าตัวกดไปถึง 8 ประตู จากการลงเล่น 6 นัด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ฮาแลนด์ ตอบตกลงด้วยวาจาไปเล่นให้ “เจ้าม้าลาย” เรียบร้อยแล้วด้วย แต่สุดท้ายกลายเป็น “เสือเหลือง” ที่ได้ลายเซ็นไปครอบครอง หลังประกาศย้ายทีมอย่างเป็นทางการ เอเย่นต์ส่วนตัวของ ฮาแลนด์ ถูกตราหน้าว่าเรื่องมาก ที่เรียกร้องเกี่ยวกับเงื่อนไขฉีกสัญญา ทำให้ชวดย้ายไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมอื่น ๆ

ล่าสุด ไรโอล่า ไม่อยู่เฉยอีกต่อไป โดยเจ้าตัวได้ออกมาสวนกลับว่า “ผมไม่รู้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสรุปเรื่องนี้แบบสั้น ๆ แต่ถ้าพวกเขาคิดแต่เรื่องที่ตัวเองเสียประโยชน์ ซึ่งผมรู้สึกแปลกและผิดหวังมาก ๆ ไม่มีเรื่องขัดแย้งระหว่างผมกับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด (รองประธานบริหารแมนฯ ยูไนเต็ด) มันเป็นการเจรจาปกติและนักเตะเลือกเส้นทางที่แตกต่าง ถ้าพวกเขาอยากโทษใครซักคน แน่นอนว่าจะมีใครที่ดีไปกว่าการโทษผมละ แต่นักเตะมีความสุข เขาเป็นคนเลือกเอง และเราต้องผ่านสิ่งเหล่านี้ไปให้ได้”

นอกจากนี้ ไรโอล่า ยังเผยว่านักเตะมีโอกาสได้พูดคุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บ่อยมาก ก่อนที่จะตัดสินใจอนาคตของตัวเอง “สโมสรที่เขามีโอกาสได้ติดต่อโดยตรงมากที่สุดก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันชัดเจนว่าเขารู้ว่าตอนนี้นั่นไม่ใช่หนทางที่เหมาะสมในอาชีพของเขา เขาเลือก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มากกว่าพวกเขา และสโมสรอื่น เมื่อคุณอายุ 19 ปี บางทีคุณก็ยังไม่อยากไปเล่นในพรีเมียร์ลีก” เอเย่นต์ส่วนตัวของฮาแลนด์ กล่าว

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตกุนซือระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีท่าทีเหมือนจะช็อกกับวิธีการเดินเกมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ขอเปลี่ยนตัวนักเตะช่วงท้ายเกมในนัดที่ “ปีศาจแดง” บุกถล่ม เบิร์นลี่ย์ โดยโซลชาเลือกเปลี่ยนให้ ลุค ชอว์ ลงไปแทน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ในช่วงท้ายเกมซึ่งตอนนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำอีกฝ่ายอยู่เพียง 1 ลูกเท่านั้น

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงอาการช็อกและเหมือนกับว่าไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของ “ปีศาจแดง” ตัดสินใจเปลี่ยน ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายชาวอังกฤษลงไปแทน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าคนสำคัญ ในช่วงท้ายเกมเพื่อหวังคงสกอร์นำเอาไว้ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-0 ถึงสนาม เทิร์ฟ มัวร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ในนัดดังกล่าว “ปีศาจแดง” ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 44 จาก มาร์กซิยาล แต่ทีมเยือนก็ต้องรอจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลังกว่าที่จะได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็น 2-0 โดยก่อนหน้าที่ทีมเยือนจะได้ลูกที่สองนั้น เจ้าถิ่นก็มีจังหวะที่ได้ลุ้นประตูตีเสมอเหมือนกัน

ทั้งนี้ เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายของ เฟอร์กูสัน ขึ้น เมื่อในช่วงนาทีที่ 88 ของนัดดังกล่าว โซลชา ตัดสินใจเปลี่ยน มาร์กซิยาล ออก แล้วส่ง ชอว์ ลงไปแทน เพื่อหวังที่อุดเกมรับและรักษาสกอร์นำให้ได้ ซึ่ง เฟอร์กูสัน ก็ดูช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก ๆ จนต้องหันไปถามเพื่อนข้าง ๆ โดยที่ เดวิด กิลล์ อดีตประธานบริหารของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็นั่งอยู่ติดกับ เฟอร์กูสัน ด้วย

สำหรับ เฟอร์กูสัน นั้น เป็นผู้จัดการทีมที่ถ้าหากนำอยู่ 1 ประตู เขาจะไม่ค่อยเปลี่ยนเอาแนวรับลงไปแทนแนวรุกเพื่อรักษาสกอร์มากเท่าไหร่ โดยเขามักจะชอบเน้นให้ลูกทีมเปิดเกมบุกอย่างเต็มที่ต่อไปจนจบเกมมากกว่า